ว่าด้วยปกิณกะธรรม
และการโจษท้วงกล่าวหา

๑. ปาณาติบาตที่ไม่บาป
๒. มหายานไม่ใช่เซ็น- เซ็นไม่ใช่มหายาน
๓. ไม่มีใครเกิด-ไม่มีใครตาย
๔. ตายแล้วเกิด-ตายแล้วไม่เกิด
๕. นรกใต้ดิน-สวรรค์บนฟ้า
๖.  การเวียนว่ายตายเกิด
๗. กระแสปฏิจจสมุปบาท-ชาติ--ภพ
๘.
สิ่งที่เรียกว่า "อุปาทาน"
๙. พระอรหันต์เป็นพราหมณ์
๑๐. การแปลพระไตรปิฏก
๑๑. การจัดพุทธศาสนาให้เป็นวิทยาศาสตร์เป็นการดูหมิ่นพระพุทธเจ้า
๑๒. เรื่องกลับชาติของพระพุทธเจ้า
๑๓. พระพุทธเจ้าไม่ตาย
๑๔. ไม่มีนรก-สวรรค์
๑๕. ตกนรกทั้งเป็น
๑๖. ปรโลกอยู่ที่ไหน?
๑๗.
นรกสวรรค์-การเวียนว่ายตายเกิด เป็นเรื่องไร้สาระ?
๑๘. เทวดา-พรหม-เปรต-สัตว์นรก
๑๙. ตัวกู-ของกู-อุปาทาน-การเกิดใหม่
๒๐. ปฏิจจสมุปบาทคร่อมภพชาติ
๒๑. ความเร้นลับของโอปปาติกะกำเนิด
๒๒. การออกเสียง โอปปาติกะ
๒๓. พรหม ในพระคัมภีร์
๒๔. โอปปาติกะสัตว์ ไม่มี?
 

 

 

 


ในโอกาสวันล้ออายุปี พ.ศ. ๒๕๒๔ ท่านอาจารย์พุทธทาสได้แสดงธรรมในช่วงบ่ายของวันที่ ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๒๔ เป็นส่วนหนึ่งในหัวข้อธรรมบรรยายที่ท่านตอบผู้ข้องใจ หรือ ตอบผู้โจษจ้วงท้วงกล่าวหาท่านที่มีมาในสังคมไทย.

 

๒๔. โอปปาติกะสัตว์ ไม่มี?

 

ปรัศนี: ท่านอาจารย์ถูกเขากล่าวหาว่า ปฏิเสธว่าไม่มีโอปปาติกะสัตว์ นี่มันเป็นอย่างไรกันครับ ท่านอาจารย์เอาเหตุผลที่ไหนมาปฏิเสธครับ?

 

พุทธทาส: เราไม่ได้ปฏิเสธว่า ไม่มีโอปปาติกะ หรือสัตว์ที่มีกำเนิดโดยโอปปาติกะ เราบอกว่า มีๆๆๆ มันก็เป็นโอปปาติกะที่มีเดี๋ยวนี้ และมีแน่ คนธรรมดานี่แหละ ถ้าคิดอย่างโจร มันก็เกิดเป็นโจรทันที ถ้าคิดอย่างสาธุชนคนดีมันก็เกิดเป็นสาธุชนคนดีทันที คิดอย่างสัตว์เดรัจฉาน มันก็เป็นสัตว์เดรัจฉานทันที คิดอย่างสัตว์นรกก็เป็นสัตว์นรกทันที คิดอย่างเปรตก็เป็นเปรตทันทีนี่ ทำไมจะว่าไม่มี เรายืนยันอยู่อย่างนี้ มันมียิ่งกว่ามี และเห็นได้รู้สึกได้อย่างวิทยาศาสตร์ ส่วนพวกที่ว่า ไม่รู้อยู่ที่ไหนน่ะ พวกนั้นแหละ หลับตาพูด ไม่ใช่ไม่รู้สึกได้จริงว่ามันมี แล้วไปเกิดเป็นผีเป็นสาง เป็นเทวดา เป็นอะไรแล้วแต่ว่า มีเนื้อตัวที่มองเห็นได้ นั่นนะยิ่งไม่ยืนยันในความมี เรายืนยันความมีว่า อยู่ที่นี้ในหัวใจคน กิริยาอาการของจิตที่เปลี่ยนไปเป็นสภาพอื่น นี้เรียกว่า "โอปปาติกกำเนิด" การเกิดอย่างโอปปาติกะ เราไม่ได้ปฏิเสธแต่เราพูดให้เห็นชัดว่ามี แล้วก็มีอย่างเป็นสันทิฎฐิโก คนนั้นเห็นได้ด้วยตนเอง ไม่ต้องเชื่อตามผู้อื่น.

 

<คำถาม ก่อนหน้า>                                               <สรุปคำถามทั้งหมด>                     

คัดบางตอนจากหนังสือดอกโมกข์ ฉบับพิเศษ พุทธทาสวจนา พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. ๒๕๓๙
หน้า ๒๒๐-๒๒๑