พระสงฆ์ควรเลิกยาเสพติด

หมาก พลู บุหรี่ น้ำชา ฯลฯ และสิ่งอื่นบางอย่าง ที่เป็นของเสพติดนั้น ไม่เป็น
ของจำเป็นแก่ร่างกาย กลับให้โทษ เสียด้วยซ้ำ แม้ว่าในหมู่สงฆ์ได้เคยเสพติด
กันมาแต่โบราณกาล ชวนกันสมมติ เป็นของไม่มีโทษไปแล้วก็ตาม (สมมติ
หมาก ให้เป็นเภสัช, พลู เป็นคิลานเภสัช, ย่อเรียก แต่เพียงว่า ศิลา, บ้านนอก
เรียกเพี้ยนเป็น เภลา) ถึงกระนั้น มันก็ยังทำหน้าที่แก่ผู้เสพ คือ ทำให้ติดตาม
ธรรมชาติเดิมของมัน อยู่นั่นเอง

บัดนี้ การศึกษา เจริญมากพอ  ที่จะทำให้ เรารู้จักคุณ และโทษ ของสิ่งบางอย่าง
แล้ว ไม่ใช่สมัยงมงาย พระสงฆ์ เป็นผู้ถือประทีป นำทาง ของมหาชน เป็นผู้ให้
แสงสว่าง แก่เขา ควรทำตัวอย่าง ในเรื่องนี้ คำว่า พระ ถือกันว่า มาจากศัพท์
วร ซึ่งแปลว่า ประเสริฐ สงฆ์ แปลว่า หมู่ คำว่า พระสงฆ์ จึงเกิดเป็นสถาบันขึ้น
ว่า เป็นหมู่แห่งผู้ประเสริฐ เพราะฉะนั้น ผู้ประเสริฐ น่าจะยังคงเป็น ผู้เสพยา
เสพติด ในสมัยที่รู้สึกแล้วนั้นไม่ได้. ธรรมดาสิ่งที่รู้ว่าชั่ว จะต้องชวนกันเลิก
มิฉะนั้น จะห่างจากหลักมัชฌิมาปฏิปทา คือ อัฎฐังคิกมรรค อันเป็นหลักสำคัญ
ในพุทธศาสนา

ถ้าหากพระสงฆ์ ซึ่งมหาชนนับถือ และเชื่อฟัง เลิกยาเสพติดได้แล้ว มหาชน
ก็จะได้พากันเลิกตามมหาชน มีหน้าที่ประกอบอาชีพ อันเป็น หัวเรี่ยวหัวแรง
ของประเทศ ไม่มีโอกาสค้นคว้า ความรู้ จึงได้มอบกายถวายตัว ให้พระสงฆ์
เป็นผู้นำทาง ของตน เกียรติยศ อันสูงสุดนี้ ควรจะรักษาไว้ ด้วยการนำเขาไป
สู่แสงสว่าง ให้จงได้ ตามที่เขา ยอมมอบให้ เป็นผู้นำทางจริงๆ

แม้ว่า การเสพหมาก พลู บุหรี่ จะได้สืบปรัมปรากันมานานแล้ว ก็ไม่เป็นข้อแก้ตัว
อันใด ที่จะทำให้ เราเห็น ไปว่า ควรเสพต่อไปตามเคย เราไม่จำเป็นต้องติเราเอง
ในสิ่งที่ได้สืบกันมาผิด เพราะไม่เจตนาชั่ว และครั้งโน้น เป็นสมัยงมงาย, แต่เมื่อ
เรารู้สึกแล้วเป็นการแน่นอนทีเดียว ที่เราควรแก้ไขทันที เพื่อรักษาเกียรติยศ แห่ง
คำว่า ผู้ประเสริฐไว้ ในทางธรรม จะได้ชื่อว่า หมุนลงหา มัชฌิมาปฏิปทา, ทาง
โลกก็ได้ชื่อว่า ช่วยเศรษฐกิจ หรือโภคกิจ ของชาติประเทศด้วย การตัดรายจ่าย
อันไม่จำเป็น หาประโยชน์มิได้ กลับให้โทษเสียด้วยซ้ำ พระสงฆ์เป็นเพศที่มีการ
เลี้ยงชีพเนื่องด้วยผู้อื่น สำหรับ สิ่งไม่จำเป็น ควรพยายามตัดทอนไปอย่าให้เหลือ
สินค้าอื่นๆ เช่น กระโถน ที่เขี่ยบุหรี่ ถ้วยชา ป้าน ฯลฯ ก็จะพลอยเข้าเมืองน้อยลง
ไป เวลาอันมีค่าสูงสุดของผู้เสพ และของผู้ที่เกี่ยวข้องด้วย เช่น เด็กเทกระโถน
ประเคนหมาก ก็จะได้หมุนเอาไปใช้ในทางที่ เป็นประโยชน์ยิ่งขึ้นไป
นักวิปัสสนาธุระ จะไม่ต้องออกจากที่สงบ สำหรับบำเพ็ญเพียรเพราะเงี่ยนหมาก
หรือต้องนำเข้าไปด้วยให้รุงรัง และขัดขวางต่อการกระทำ ผู้สันโดษตามเพศ
แห่งสมณะ จะเบากาย เบาใจจากยาเสพติด ที่ติดแล้ว เว้นไม่ได้อันนี้

อาหารเป็นสิ่งจำเป็น แม้เราจะต้องกินทุกวัน ก็ไม่จัดเป็นยาเสพติด และยังได้
ประโยชน์ หมาก พลู บุหรี่ น้ำชา ฯลฯ ไม่จำเป็นบริโภคแล้ว กลับให้โทษตาม
หลักวินัย ที่นิยมกันมานั้น ควรแก้ไข เสียใหม่ โดยสงเคราะห์ สิ่งเหล่านี้ เข้า
ในพวก อกัปปิยะ เช่น ยาฝิ่น เป็นต้น ก็น่าจะตรง ต่อพุทธประสงค์ มากกว่า
ที่จะสงเคราะห์ ยาบุหรี่ เข้าใน ยาแก้ไข้, การสงเคราะห์ ยาเสพติด เข้าใน
ยาแก้ไข้ ก็เพราะ เอาคนที่ ติดงอมแงม มาเป็นเกณฑ์ตัดสิน หรือผู้ตัดสินผู้ที่
ไม่เสพมาแต่เด็ก และไม่ริหัดเสพ ด้วยเห็นว่า โก้เก๋ อย่างใด กลับสะดวกสบาย
กว่ามาก ทุกคนคงอย่างเดียวกัน เพราะเป็น มนุษย์เหมือนกัน แต่เป็นเพราะ
มักจะพากัน เห็นเป็นของน่าดู ในสมาคม ฝืนหัดเสพ จนติดกลายเป็นของทิ้ง
ไม่ได้ ข้าพเจ้าท้าได้ว่า ธรรมชาติของลิ้น ปาก คอ ปอด ไม่ต้องการรสของบุหรี่
หรือ หมากเลย ครั้งแรกทีเดียว ต้องฝืนเสพ เพราะเห็นแก่ อะไรบางอย่าง เท่านั้น

ขอให้พระสงฆ์ทั้งสิ้น จงพร้อมใจกัน เลิกยาเสพติด อันสืบปรัมปรา มานี้เสีย
เพื่อเห็นแก่ ความสุข ของตนเอง และความสะดวก ในการบำเพ็ญ สมณธรรม
เห็นแก่สุข ของผู้อื่น คือ ชาติประเทศ เห็นแก่ธรรม และ แก่เกียรติยศ อันสูงสุด
ของพระสงฆ์เอง ขอคณะสงฆ์ จงออกกฏ ให้ผู้จะ เข้ามาบวช เลิกยาเสพติด
เหล่านี้เสียก่อน จึงจะรับบวชให้ แม้พวกเก่า จำเป็นต้องเสพอยู่ ก็ไม่น่าจะถือ
เป็นแง่ สำหรับค้าน เพราะกฏหมาย บางอย่างในโลก เขายกเว้นเฉพาะ คนบาง
พวก เช่น ผู้ที่เกิดหรือมีอยู่ก่อน ออกกฏหมายนั้นๆ ก็ยังมี แต่ถ้าเลิกได้ พร้อมกัน
นั่นแหละ เป็นการประเสริฐ สุดที่จะเปรียบได้ เพราะส่อน้ำใจ อันเข้มแข็ง เหนือ
กิเลส กลุ้มรุม คือ ความเงี่ยนนั้น ได้โดยทั่วหน้ากัน

แท้ที่จริง ผู้มีความรู้ เป็นอันมาก ลงความเห็นว่า ถ้าผู้ใด มีกำลังใจ อ่อนแอ จน
แม้แต่ เลิกยาเสพติด เล็กน้อยเหล่านี้ ก็ไม่ได้แล้ว เขาจะปฏิบัติธรรมอันสูง ของ
พระพุทธเจ้า ซึ่งต้องการกำลังใจเข็มแข็ง ถึงกับให้อธิษฐานได้ว่า ยอมให้เลือด
เนื้อแห้งไป ไม่ยอม เลิกความเพียร ก่อนแต่ได้บรรลุ ผลอันสูงสุด นั้นอย่างไรได้
ขอพระสงฆ์ จงเลิกยาเสพติด นี้เถิด มหาชน จะได้เลิกตาม บิดามารดา จะสอน
บุตรน้อยๆ ได้ง่ายๆ ว่า เจ้าจงดูอย่างพระสงฆ์เถอะลูก โลกจะได้เปล่งเสียงกึกก้อง
พร้อมกันว่า พุทธบริษัท ไม่เลวเลย ศิษย์พระโคดม ไม่ใช่งมงายดอก เพราะเขา
เว้น สิ่งที่ถึงคราว ควรจะเว้นได้ ด้วยใจอันเข้มแข็ง

๒๗ พฤษภาคม ๒๔๘๐

 
BACK 

 

คัดจาก หนังสือ ชุมนุมข้อคิดอิสระ พุทธทาสภิกขุ  
พิมพ์ ครั้งที่ ๕ พ.ศ. ๒๕๓๘ โดย สำนักพิมพ์สุขภาพใจ