มรดกที่ ๓๑. มหาปเทสฝ่ายธรรม ในมหาปรินิพพานสูตร เป็นสิ่งที่ ต้องนำมาใช้ ควบคู่กันกับ หลักตัดสินธรรมวินัย ในโคตมีสูตร เพื่อว่า ถูกต้อง สมบูรณ์ที่สุด ในการ ตัดสินความถูกต้อง ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่ง สำหรับ พุทธบริษัท แห่งยุคปัจจุบัน ซึ่งเต็มไปด้วย ปัญหา และนับวัน จะเพิ่มมากขึ้น ทุกที วิธีการณ์ อย่างนี้ ได้เคยใช้ ประสบผลดี มาแล้ว จึงขอฝากไว้ เป็นมรดก เพื่อใช้กัน สืบไป.

มรดกที่ ๓๒. ปฏิจจสมุปบาท แบบ "ฮัมเพลง" (ในโยคักเขมวรรค สฬายตนสังยุตต์ สํ.) เป็นสูตรที่ตรัสไว้อย่างเข้าใจได้ง่าย ปฏิบัติได้ง่าย กว่าแบบทั่วไป ควรทำความเข้าใจ กับแบบนี้เสียก่อน แล้วจึงพิจารณา แบบทั่วไป แต่การปฏิบัติ ก็ยังเป็นอย่างเดียวกัน คือ มีสติ เมื่อมีผัสสะ (รายละเอียดหาดูได้ จากปฏิจจสมุปบาทจากพระโอษฐ์).

มรดกที่ ๓๓. การใช้หลัก อิทัปปัจจยตา - ปฏิจจสมุปบาท - ตถตา - สุญญตา เป็นอมฤตโอสถ ซึ่งทำให้อยู่ เหนือความตาย หรือ เหนือการเวียนว่าย ตายเกิด เพราะ ทำให้หมดตัวตน และของตน นั้นเป็น กิจกรรมประจำวัน ของพุทธบริษัท ที่แท้จริง เป็นทางลัดสั้น ที่สุด มีผลดีที่สุด จึงขอฝากไว้ เป็นมรดก ในฐานะ เป็นสิ่งที่เคยใช้ได้ผลดี มาแล้ว

มรดกที่ ๓๔. บาลี วิมุตตายตนสูตร เป็นหลักธรรม ที่ควรสนใจเป็นพิเศษ คือ บอกให้รู้ว่า คนเรา สามารถบรรลุธรรม ได้ถึง ๕ เวลา คือ เมื่อกำลัง ฟังธรรมอยู่, เมื่อกำลัง แสดงธรรมให้ผู้อื่นอยู่, เมื่อกำลัง สาธยายธรรมอยู่, เมื่อเพ่งธรรมอยู่, และ เมื่อพิจารณา ใคร่ครวญธรรมอยู่; นับว่า โอกาสมีมาก ในการบรรลุธรรม แต่พวกเรา พากันประมาทเสีย ไม่ฉวยเอาได้ แม้แต่ โอกาสเดียว.

มรดกที่ ๓๕. การใช้หลักกาลามสูตร ๑๐ ประการ ให้ถูกต้อง และ ครบถ้วน เป็นหลักการ และ วิธีการณ์ อันแน่นอน ในการที่จะ รักษาพุทธศาสนา เอาไว้ได้ และ ในลักษณะที่จะ เป็นที่พึ่งได้ อย่างแท้จริง และเป็นการ สืบอายุ พุทธศาสนา ที่ตรงตาม พุทธประสงค์ ได้เคยใช้ วิธีนี้ อยู่เป็นประจำ และสำเร็จประโยชน์ เต็มตามความหมาย จึงขอนำ พิธีกรรม อันนี้ มาฝากไว้เป็นมรดก.

มรดกที่ ๓๖. การศึกษา สติปัฎฐานสี่ จาก อานาปานสติสูตร ได้ผลดีกว่า จาก มหาสติปัฎฐานสูตร ซึ่งกล่าวไว้อย่างยืดยาว มีลักษณะกำกวมฟั่นเฝือ ไม่มีลำดับ ติดต่อกัน อย่างชัดแจ้ง, เพียงแต่อ่านอย่างเดียว ก็กินเวลา หลายชั่วโมง ส่วนข้อความจาก อานาปานสติสูตร นั้น ติดต่อกันเป็นสาย ๑๖ ขั้น จนตลอดเรื่อง นับตั้งแต่เริ่มปฏิบัติ ไปจนกระทั่ง ถึงการรู้ว่า บรรลุผลสำเร็จแล้ว และเป็นหลักที่พระองค์ ทรงยืนยันว่า ได้อาศัยหลักนี้ ในการตรัสรู้ ของพระองค์เอง ขอให้พิจารณากันให้ดี และขอฝาก ข้อเท็จจริงอันนี้ ไว้เป็นมรดก ด้วย

มรดกที่ ๓๗. สุญญตาสำหรับฆราวาส แม้ที่เป็นผู้หญิงและเด็ก คือ มีสติสัมปชัญญะ ไม่ให้เกิด ความรู้สึก ยึดมั่น ถือมั่น ในสิ่งใด จนเกิด ความรัก - โกรธ - เกลียด - วิตกกังวล อาลัยอาวรณ์ - อิจฉาริษยา - หวง - หึง ด้วยอำนาจความรู้สึก เป็นตัวกู ของกู. ขอยืนยันว่า ข้อนี้ เป็นสิ่งที่ปฏิบัติได้ ตามสติกำลัง และควรปฏิบัติ จึงขอฝากไว้เป็นมรดก พิเศษ สำหรับฆราวาส.

มรดกที่ ๓๘. หลักการ ตามรอยพระอรหันต์ ที่ได้ใช้ร่วมกัน ทั้งสำหรับ ฆราวาส และบรรพชิต คือ การดำรงชีวิต ชนิดที่เป็นการขูดเกลา กิเลส และบรรเทา ความเคยชิน ที่จะเกิดกิเลส (อนุสัย) อยู่ตลอดเวลา โดยมีสติสัมปชัญญะ ในขณะ สัมผัสอารมณ์ ไม่ปล่อยให้ปรุง เป็น โลภะ โทสะ โมหะ ขึ้นมา, หรือ ถ้าปรุงแล้ว ก็มีสติ ปิดกั้น การปรุงนั้นเสีย.

มรดกที่ ๓๙. "งามอยู่ที่ผี ดีอยู่ที่ละ พระอยู่ที่จริง นิพพาน อยู่ที่ ตายเสียก่อนตาย" นี้คือ ของเก่า ที่ปัดฝุ่น แล้วนำมา ใช้ใหม่ เพื่อรักษา สติปัญญา ของบรรพบุรุษไว้ ว่าเคยเฉียบแหลม ลึกซึ่งอย่างไร แล้ว ลูกหลาน ชั้นหลัง ก็จะมีสติปัญญา ไม่น้อยไปกว่า บรรพบุรุษ ก็จะเป็น พุทธบริษัท ได้เต็ม ตามความหมาย ไม่เอา นิพพานไปเก็บไว้ สำหรับ ตายแล้วตายอีก หลายหมื่น หลายแสนชาติ จึงจะได้ผล ขอให้ช่วยกัน รักษามรดก ข้อนี้ ของบรรพบุรุษ กันเถิด.

มรดกที่ ๔๐. ขอให้เรา มีความมุ่งหมายเป็นพิเศษ กันไว้ สักข้อหนึ่ง ว่าไม่เร็ว ก็ช้า จะมีโลกสักยุคหนึ่ง อันเป็น โลกสมบูรณ์ ด้วยธรรมะ โดยที่ทุกคน ทำหน้าที่ ของตนๆ โดยมี สติสัมปชัญญะ รู้สึกอยู่ในใจว่า หน้าที่อันถูกต้อง นั่นแหละ คือ ธรรมะ ที่จะช่วยให้คนเรา อยู่เหนือปัญหา ทั้งปวงได้ ทั้งนี้ เป็นสิ่งที่มีได้ เพราะ โลก เปลี่ยนแปลง อยู่เสมอ จงให้ปัจจัย แห่งความเปลี่ยนแปลง เพื่อความเป็นอย่างนี้ แก่โลกเถิด.

มรดกที่ ๔๑. ถ้าคนทั้งโลก เขาไม่เห็นด้วย ในการทำโลกให้มีธรรมะ เพราะเห็นว่า เหลือวิสัย ก็ตามใจเขา เราคนเดียว ก็อาจจะทำตนเอง ให้ดับทุกข์ได้ ด้วยธรรมะอย่างถึงที่สุด, ดังนั้น อย่าได้ท้อใจเลย ในการที่คนทั้งหลาย เขาไม่สนใจใยดี กับธรรมะ.

ทั้งหมดนี้ เป็น มรดกฝ่ายวัตถุธรรม และพิธีกรรม เป็นภาคหนึ่ง ของ มรดกที่มอบไว้ ในฐานะเป็นมรดก. ต่อไปนี้ เป็นมรดก ฝ่ายนามธรรม ที่ได้เคย ค้นคว้า สังเกต ศึกษา และ ทดลองปฏิบัติ มาแล้ว มีผล เป็นที่น่าพอใจ จึงขอสรุปไว้ เป็นข้อๆ นำมามอบไว้ ในที่นี้ ในฐานะ เป็นมรดก เช่นเดียวกัน.

ย้อนกลับ หน้าต่อไป

 

คัดจากหนังสือ อสีติสังวัจฉรายุศมานุสรณ์ จาก ท่านพุทธทาสภิกขุ ในหัวข้อ ฟ้าสางทางมรดก ที่ขอฝากไว้ พิมพ์โดย ธรรมทานมูลนิธิ และ สนพ. สุขภาพใจ พิมพ์ครั้งที่ ๙ พฤษภาคม ๒๕๔๐