มรดกที่ ๖๑. ธรรมะ คือระบบปฏิบัติ ที่ถูกต้อง แก่ความเป็นมนุษย์ของตน ทุกขั้นตอนแห่งวิวัฒนาการ ตั้งแต่เกิดจนตาย ทั้งเพื่อประโยชน์ตน และประโยชน์ผู้อื่น, เรียกสั้นๆ ว่า "หน้าที่" นั่นแหละ คือ พระเป็นเจ้า ผู้ช่วยให้รอดอย่างแท้จริง.

มรดกที่ ๖๒. ธรรมะมีไว้ช่วยให้อยู่ในโลกอย่างชนะโลก หรือ เหนือโลก มิใช่ให้หนีโลก แต่อยู่เหนืออิทธิพลใดๆ ของโลก ไม่ใช่จมอยู่ในโลก มักสอนให้เข้าใจกันผิดๆ ว่าต้องหนีโลก ทิ้งโลก สละโลก อย่างที่ไม่มีประโยชน์อะไรแก่ใครเลย.

มรดกที่ ๖๓. ธรรมะ เป็นสิ่งที่ อธิบายยาก เพราะ คำพูดของมนุษย์ มีไม่พอ คือไม่มี คำ สำหรับใช้กับ สิ่งที่มนุษย์ ยังไม่เคยรู้จัก มาก่อน; ดังนั้น จึงต้อง พยายามพูด และ พยายามฟัง จนเข้าใจ หรือ รู้จัก โดยความหมาย ทั้งใน ภาษาคน และ ภาษาธรรม พร้อมกันไป.

มรดกที่ ๖๔. ธรรมะ มิใช่ตัวหนังสือ หรือ เสียงแห่งการแสดงธรรม แต่เป็น การกระทำหน้าที่ ที่ถูกต้อง ของผู้ปฏิบัติแต่ละคน อยู่ทุกอิริยาบถ - ทุกเวลา - ทุกสถานที่ อย่างถูกต้อง แก่ความเป็นมนุษย์ ของตน และ ผู้อื่น ที่เกี่ยวข้องกัน จึงจะเป็นธรรมะ ที่ถูกต้อง ตามหลักแห่งพุทธศาสนา อันนำมาซึ่ง ความสงบสุข ได้จริง.

มรดกที่ ๖๕. ศีลธรรมกลับมา เพื่อ โลกาสงบเย็น, ปรมัตถธรรมกลับมา เพื่อโลกาสว่างไสว ถ้าศีลธรรมไม่กลับมา โลกาวินาศ, ถ้าปรมัตถธรรมไม่กลับมา โลกามืดมนท์; ดังนั้น ทุกคนต้องช่วยกัน ทำให้กลับมา ในฐานะเป็นสิ่งที่จำเป็นจะต้องมี สำหรับโลก.

มรดกที่ ๖๖. ไม่ต้องอาลัยอดีต - ไม่ต้องพะวงอนาคต ขอแต่ ให้ทำหน้าที่ ของตน อย่างถูกต้อง ในปัจจุบัน ก็เพียงพอแล้ว ที่จะไม่เป็นทุกข์ และไม่เป็นปัจจัย แก่ สัสสตทิฎฐิ คือ ตัวตนที่เวียนว่าย ไปในวัฎฎะ

มรดกที่ ๖๗. ก ข ก กา ของพุทธศาสนา มิได้ตั้งต้น ที่พระรัตนตรัย แต่ตั้งต้น การศึกษาที่ การกระทบทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ว่า ได้ก่อให้เกิด ตัณหา อุปาทาน แล้วเกิดทุกข์ ควบคุมการเกิดเหล่านี้ได้ ก็จะดับทุกข์ได้ แล้วก็จะมี พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ขึ้นมาเอง

มรดกที่ ๖๘. โลกทั้งหมดสำเร็จ อยู่ที่ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ เพราะ เรามีตา ฯลฯ โลกจึงมี และ เกิดกรณีต่างๆ ที่เป็นปัญหาขึ้น เพราะ ไม่รู้ความจริง ของ เรื่อง ตา ฯลฯ หรือ โลก อย่างถูกต้องนั่นเอง.

มรดกที่ ๖๙. ปฏิจจสมุปบาท ฝ่ายเกิดทุกข์ เกิดขึ้นทุกคราวที่จิตมีตัณหา คือ โง่ เมื่อมีผัสสะโง่ เวทนาโง่ เพราะอำนาจของอวิชชา จนเกิดตัณหา หรือ มีกิเลสครองงำ; ดังนั้น ระวังอย่าโง่  เมื่อมีผัสสะใดๆ ให้ปฏิจจสมุปบาท ฝ่ายทุกข์ เกิดขึ้น.

มรดกที่ ๗๐. ปฏิจจสมุปบาท มีขึ้นรอบหนึ่ง ทุกครั้ง ที่มีการสัมผัสอารมณ์ ด้วยอวิชชา หรือพูดได้ว่า ทุกครั้ง ที่มี จิตเศร้าหมอง ด้วยการปรุงแต่ง ของอวิชชา มิใช่มี อย่างคร่อมภพ คร่อมชาติ ถึงกับ ปฏิจจสมุปบาท รอบเดียว คร่อมชาติ สามชาติ เหมือนที่ แนะนำสั่งสอนกัน อยู่โดยมาก จนกลายเป็น สัสสตทิฎฐิ ไป.

ย้อนกลับ หน้าต่อไป

 

คัดจากหนังสือ อสีติสังวัจฉรายุศมานุสรณ์ จาก ท่านพุทธทาสภิกขุ ในหัวข้อ ฟ้าสางทางมรดก ที่ขอฝากไว้ พิมพ์โดย ธรรมทานมูลนิธิ และ สนพ. สุขภาพใจ พิมพ์ครั้งที่ ๙ พฤษภาคม ๒๕๔๐