พุทธทาสจักไม่ตาย

พุทธทาส จักอยู่ไป ไม่มีตาย
แม้ร่างกายจะดับไปไม่ฟังเสียง
ร่างกายเป็น ร่างกายไป ไม่ลำเอียง
นั่นเป็นเพียงสิ่งเปลี่ยนไปในเวลา

พุทธทาส คงอยู่ไป ไม่มีตาย
ถึงดีร้ายก็จะอยู่คู่ศาสนา
สมกับมอบ กายใจ รับใช้มา
ตามบัญชาองค์พระพุทธไม่หยุดเลย

พุทธทาส ยังอยู่ไป ไม่มีตาย
อยู่รับใช้ เพื่อนมนุษย์ไม่หยุดเฉย
ด้วยธรรมโฆษณ์ตามที่วางไว้อย่างเคย
โอ้เพื่อนเอ๋ยมองเห็นไหมอะไรตายฯ

แม้ฉันตาย กายลับ ไปหมดแล้ว
แต่เสียงสั่ง ยังแจ้ว แว่วหูสหาย
ว่าเคยพลอดกันอย่างไรไม่เสื่อมคลาย
ก็เหมือนฉันไม่ตาย กายธรรมยัง

ทำกับฉัน อย่างกะฉัน นั้นไม่ตาย
ยังอยู่กับ ท่านทั้งหลายอย่างหนหลัง
มีอะไรมาเขี่ยไค้ ให้กันฟัง
เหมือนฉันนั่ง ร่วมด้วย ช่วยชี้แจง

ทำกับฉัน อย่างกะฉัน ไม่ตายเถิด
ย่อมจะเกิด ผลสนอง หลายแขนง
ทุกวันนัด สนทนา อย่าเลิกแล้ง
ทำให้แจ้ง ที่สุดได้ เลิกตายกันฯ

 

 

ตราอินฺปญฺโญ

ตราอินฺทปญฺโญ ฉายาท่านอาจารย์พุทธทาสตรานี้ คือ ตราประจำ "อินฺทปญฺโญ" ซึ่งเป็นฉายาของท่าน
อาจารย์พุทธทาสภิกขุ ฉายานี้ ท่านอาจารย์ จุนจนฺทาโภ จาก
วัดราชาธิวาส ครูสอนนักธรรมตรี ของท่าน เป็นผู้ตั้งให้ มี
ความหมายว่า "พระอินทร์ ผู้มีปัญญา ดุจแสงอาทิตย์"




ภาพเทวดา ถือพระขรรค์ ที่ปรากฏในตรานั้น คือ พระอินทร์ยืนท่ามกลางแสง
พระอาทิตย์ ซึ่งส่งรัศมีเรืองรอง ส่วนท้องทะเลซึ่งมีเรืออยู่ แสดงถึงความเวิ้งว้าง
กว้างใหญ่ไพศาล ท่านอาจารย์เป็นผู้คิดแบบตรานี้ และให้ช่างเขียนขึ้น ต่อมา
นายปรีดา ศรีชลาลัย (นายเถา) เจ้าของโรงพิมพ์พุทธมามกะ หลังวัดเทพศิรินทร์
ซึ่งท่านไปพิมพ์ หนังสือเรื่อง "พระพุทธศาสนาชั้นปุถุชน" ที่นั่น เสนอให้เพิ่ม
ก้อนเมฆให้พระอินทร์เหยียบ เพื่อให้ภาพดูลึก และงามขึ้น 

ตรานี้ ได้ใช้พิมพ์หนังสือเพียง ๒-๓ เท่านั้น ก็เลิกใช้ เพราะต่อมา เมื่อออก
หนังสือพิมพ์พุทธสาสนา ก็เปลี่ยนมาใช้ ตราหมุนล้อหรือคนผลักธรรมจักร แทน

 

 

ย้อนกลับ 
คัดจากหนังสือ พุทธสาสนา ปีที่ ๖๗ เล่ม ๒ พุทธศักราช ๒๕๔๒ บันทึกจากคำบอกเล่าของท่าน