อยู่กับธรรม  

เมื่อรบสู้ กับศัตรู สู้ด้วยธรรม

จะปลุกปล้ำ กันเท่าใด ไม่เสียหาย

ถ้าสู้กัน อย่างนี้ ไม่มีตาย

ในสุดท้าย จะปรองดอง ต้องใจกัน

 

เมื่อป้องกัน ศัตรู รู้ใช้ธรรม

เป็นกำแพง เพชรล้ำ เลิศมหันต์

ป้องกันได้ สารพัด น่าอัศจรรย์

ป้อมค่ายมั่น กว่าสิ่งใด ในโลกคน

 

เมื่อหลบซ่อน จากศัตรู อยู่กับธรรม

ไม่ระกำ ทุกข์เห็น สักเส้นขน

ช่วยปลุกปลอบ ชื่นชอบ ฉ่ำกมล

ขอทุกคน จงมีธรรม ประจำกายฯ  

 

 

สิบปีในสวนโมกข์ 
สารบัญ

หน้า ๑
หน้า ๒
หน้า ๓
หน้า ๔
หน้า ๕
หน้า ๖
หน้า ๗
หน้า ๘
หน้า ๙

 

 

ในปีที่สาม ฉันเริ่มมีเพื่อนที่อยู่ร่วมจำพรรษาด้วยหนึ่งรูป เป็นสองรูปด้วยกัน สำหรับภิกษุรูปนี้ ฉันนึกว่า มีข้อความบางอย่างที่ควรเขียนไว้เป็นที่ระลึก ชื่อ ใหม่ ฉายา สาสนปโชโต นามสกุล ทุมสท้าน เป็นชาวภาคอีสาน จังหวัดชัยภูมิ อยู่ด้วยกันเรื่อยๆ มาหลายปี จนป่วยและกลับไปมรณภาพที่บ้าน เมื่อมาอยู่สวนโมกข์ ได้เดินเท้ามาตลอดทาง มีความเข้มแข็งอดทนผิดคนธรรมดา ซื่อตรง เปิดเผย เหมาะสมแก่การเป็นนักปฏิบัติธรรมทุกประการ ไม่เป็นเปรียญ ไม่เป็นนักธรรมเอก แต่ฉันรับเอาไว้เป็นพิเศษด้วยความเลื่อมใส และปรากฏว่า ทุกคนก็เลื่อมใส และทำให้ฉันเข้าใจได้ดีในข้อที่ว่า พวกที่รอบรู้กระทั่งจบพระไตรปิฎกในกาลก่อนๆ กลับมาเลื่อมใสในพระบางรูปที่ไม่มีความรู้ปริยัติเลยนั้น หมายความว่าอย่างไรกัน คนพวกนี้มึนชาต่ออารมณ์ สม่ำเสมอ ตรงและจริงทุกประการ เมื่อมีภูมิทางปริยัติน้อยก็ขยันศึกษาไต่ถาม อดทนต่อคำสั่งสอน นานเข้ารู้อะไรที่ต้องการอย่างพอตัวเหมือนกัน สงบเสงี่ยมไม่พูดหรือพูดน้อย เทศน์ไม่เป็น แต่น่าฟังมากที่สุด ยิ่งอยู่ด้วยกันนาน ยิ่งเห็นว่ามีศีลเป็นที่ไว้ใจ ซึ่งทำให้นึกว่าคุณธรรมชนิดนี้ เป็นสิ่งที่เพียงพอแล้ว แม้สำหรับที่จะให้เทวดาบูชา

ฉันเองรู้สึกว่า มีคนชนิดนี้เพียงคนเดียวก็พอแล้วสำหรับสวนโมกข์ ที่จะมีนามว่าเป็นสำนักปฏิบัติธรรม ทำให้นึกต่อไปว่า เป็นโชคดีมากที่พอมีเพื่อนเป็นคนแรก ก็เป็นที่พอใจถึงเพียงนี้ และนึกต่อมาในตอนหลังว่า การที่มีกฏจำกัดรับเฉพาะผู้ที่เป็นเปรียญและนักธรรมเอกนั้น คงไม่ให้ผลสมตามตั้งใจเสียแล้ว แต่ก็จนใจที่ไม่รู้จะทำอย่างไร เลยถือเป็นหลักกันขึ้นใหม่ว่า ฉันมีสิทธิ์ที่จะรับบุคคลพิเศษเป็นส่วนตัว ต่างหากจากคณะธรรมทานอีกส่วนหนึ่งด้วย

ในเรื่องนี้ ท่านที่สนใจในการจัดตั้งสำนักปฏิบัติธรรมเช่นนี้ คงยินดีฟังไว้สำหรับเป็นเครื่องมือพิจารณาในการวางกฏเกณฑ์บางอย่าง เพราะว่าไม่วางหรือไม่มีหลักเสียเลยก็ไม่ได้ หรือวางผิดก็ไม่ได้อีกเหมือนกัน

ท่านพุทธทาส กับ ครูธรรมทาส น้องชาย ผู้อุทิศทั้งชีวิต ทำงานส่งเสริมพระพุทธศาสนาข้อสังเกตที่อยากจะแนะนำไว้อย่างหนึ่งก็คือว่า ข้อที่ท่านกล่าวไว้ว่า ต้องอยู่ร่วมกันนานๆ จึงจะรู้ว่าเขาเป็นคนดีหรือไม่นั้น เป็นความจริงยิ่งนัก และอันนี้เอง เป็นความยุ่งยากลำบากสำหรับการวางกฏเกณฑ์และการตัดสินใจว่า ควรรับไว้เป็นพิเศษหรือไม่ ฉะนั้น ถ้าทำได้และเป็นทางดีที่สุด ก็จงเลือกรับแต่ผู้ที่เคยพบเคยเห็นกันมานานแล้ว หรือเป็นศิษย์ที่เติบโตขึ้นมาในสำนักของตนเอง หรือของเพื่อนฝูง ที่ไว้ใจได้ในความคิดความเห็น รวบรวมเอามาฝึกฝนให้เป็นเวลานานๆ จะเป็นวิธีที่เบาสบายที่สุด และทั้งการอบรมจิตใจตามแบบนี้ ก็เป็นเวลานานปีหรือตลอดชีวิต เพราะฉะนั้น ไม่เป็นการจำเป็นที่จะรับกันเรื่อย เมื่อมีจำนวนเต็มแก่เสนาสนะแล้ว หยุดรับเสียจะดีกว่า หรือถ้าไม่ต้องการบุญกุศลอันกว้างขวาง ฉันขอแนะนำว่า มีเพื่อนดีๆ สัก ๓-๔ คน ก็พอแล้ว สำหรับที่จะหาความสุขกันไปจนตาย ไม่ต้องเปิดรับใครที่ไหน.

ในปีต่อๆ มา มีภิกษุและสามเณรมาขออยู่อาศัยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ คราวละรูปสองรูป บางปีถึงอยู่จำพรรษากันตั้ง ๑๐ รูปก็มีในตอนหลัง บางรูปที่มารู้สึกว่า ท่านได้รับผลเป็นที่พอใจ เป็นกัลยาณมิตรที่ดี มีบางรูปตรงกันข้าม กลับออกไปป่าวข่าวอกุศล ในฝ่ายหนึ่งที่พอใจนั้น มีสาระสำคัญตรงที่มีการวางระดับสิ่งต่างๆ ไว้ในใจออกจะตรงๆ กัน เช่น เมื่อมีปัญหาว่า

เท่าไร เรียกว่า สันโดษ หรือ เลี้ยงง่าย

ก็มีความเห็นตรงกันว่า เท่านี้เรียกว่า เลี้ยงง่าย หรือกินอยู่อย่างต่ำ แต่บางพวกเห็นว่า เท่านั้นแร้นแค้นรุนแรงไป จนเป็นอัตตกิลมถานุโยค

ในบางเรื่อง เช่นมีปัญหาว่า ภิกษุสามเณรประเภทนี้ควรทำอะไรได้บ้าง? บางพวกเห็นว่าทำวัตรสวดมนต์ก็ไม่ควร อ่านหนังสือพิมพ์ก็ไม่ได้ ซึ่งเมื่อพวกก่อนทำเช่นนั้นอยู่ ก็ยกขึ้นเป็นข้อรังเกียจ บางพวกก็ถือเคร่งไปในทางตามตัวหนังสือ เช่น น้ำ แม้จะสะอาดอยู่แล้วอย่างไร ก็ยังจะต้องกรองกันอีกด้วยผ้ากรอง จนน้ำนั้นกลับสกปรกไปด้วยอำนาจผ้ากรอง ซึ่งมีไว้สักว่าตามธรรมเนียมนั้นเสียอีก เพราะเชื่อว่า ตัวสัตว์ชนิดที่ดูด้วยตาไม่เห็นนั้น ผ้ากรองบางๆ จะกรองเอาไว้ได้ ถ้าใครเกิดไม่ทำดังนี้ขึ้นมาสักคนหนึ่ง ก็ตั้งข้อรังเกียจ ส่วนพวกที่ตรงกันข้าม ก็ชักจะคิดว่า พวกหนึ่งครึไป แต่ก็มีอีกพวกหนึ่ง ซึ่งเป็นส่วนมาก เอาใจใส่แต่เรื่องของตัว เห็นการที่ถือยิ่งหย่อนกว่ากันบ้างนั้น เป็นของส่วนตัวไม่รังเกียจฝ่ายไหนทั้งหมด เป็นมิตรกับทุกฝ่าย ซึ่งนับได้ว่าเป็น นักปฏิบัติธรรมแท้

สำหรับในเรื่องนี้ มีข้อที่ควรสังเกตไว้ด้วยอย่างหนึ่งว่า ในบรรดาผู้อ้างตัวเองเป็นนักปฏิบัติธรรมนั้น มีคนประเภทที่เรียกว่า จิตไม่สมประกอบรวมอยู่ด้วย นี้ยิ่งไปกันใหญ่ เป็นปัญหาที่แก้ยาก

การมีสถานกลางเปิดรับอาคันตุกะจากทุกทิศนั้น มีอะไรที่แตกต่างจากสำนัก หรือวัดที่ตั้งอยู่เป็นหลักแหล่ง มีขอบเขตจำกัดนั้นมากนัก ในสถานกลางเช่นนี้ จะมีอาคันตุกะชนิดต่างๆ แทบครบทุกชนิด แม้จะไม่อยู่เลย เพียงแต่มาพักชั่วคราว เพื่อมาดูมาเยี่ยม ก็มีอะไรทำให้เป็นปัญหาเกิดขึ้นได้ สิ่งใดที่แปลกไปจากสิ่งที่ตนทำหรือถืออยู่ เป็นของใช้ไม่ได้ หรือขบขันแล้ว คนนั้นจะลำบากที่สุด ฉันสังเกตเห็นว่า เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ช่วยอะไรไม่ได้เสียจริงๆ เช่น อาคันตุกะบางคนจะฉันอาหาร ต้องยกบาตรขึ้นวางบนที่สูง แล้วลงนั่งยองๆ ประนมมือข้างล่าง ว่าอะไรพึมพำเสียครู่หนึ่งแล้วจึงนำมาฉัน พวกที่ไม่เคยทำดังนั้นก็อดขัน หรืออดขยิบตากันไม่ได้ ซึ่งที่จริงก็น่าขันสำหรับผู้ที่ไม่เคยทำเคยเห็นอยู่บ้างเหมือนกัน แม้ในตอนหลังจะได้รับคำอธิบายว่า ที่ทำดังนั้น เพื่อเป็นการบูชาถวายพระพุทธเจ้าเสียก่อน และเป็นการขอบคุณพระองค์ในการที่แผ่บารมี ทำเหล่าสาวกให้มีอาหารฉันไม่ขาดแคลน ซึ่งพิจารณาดูก็เป็นการกระทำที่ดีและมีเหตุผลอยู่ ส่วนมากก็ยังสั่นเศียร ไม่รับถือลัทธินี้ซึ่งฉันเชื่อว่าเป็นลัทธิที่ถือกันแต่เพียงบางถิ่น พวกที่ถือเคร่ง ก็หาว่าพวกที่ไม่ถือนั้น ไม่รู้จักคุณของพระพุทธเจ้า พวกที่ไม่ถือก็มีคำตอบว่า เขามีวิธีอย่างอื่นที่จะขอบคุณพระพุทธเจ้า และเขารู้สึกว่าทำอย่างนั้นคล้ายกับเซ่นผี หรือเซ่นวิญญาณพระพุทธเจ้า นี้เป็นเพียงตัวอย่างบางอย่างที่จะได้พบเห็นทำนองเดียวกันอีกหลายอย่าง ในสถานที่อันเป็นสถานที่อันเป็นสถานกลาง เป็นที่มาพักของอาคันตุกะแทบทุกชนิด

พระเณรที่อ้างตัวเองเป็นนักปฏิบัติธรรมหรือบำเพ็ญสมณธรรมนั้น เมื่อฟังดูแต่ชื่อน่าจะเป็นอย่างเดียวกันหมด แต่ความจริงกลับมีเป็นชนิดๆ ที่แตกต่างกัน ยิ่งไปกว่าพระคันถธุระตามวัดในบ้านในเมืองเสียอีก เพราะเหตุว่า มีพระนักปฏิบัติธรรมบางพวกที่ไม่เคยเรียนปริยัติเสียเลย มีสำนักหลักแหล่งเป็นหย่อมน้อยๆ ต่างคนต่างทำของตนได้ตามพอใจหรือความเห็นของตนหรือของอาจารย์ที่สอนสืบๆ กันมา เมื่อไม่มีปริยัติซึ่งเป็นเสมือนเส้นกลางหรือกรุยทางเป็นแนวสังเกตอยู่ ความคิดเห็นก็แตกแยกกันไปคนละทางสองทาง จนมีบางพวกไม่ยอมเชื่อว่า ปริยัตินั้นเป็นมูลฐานของการปฏิบัติไปก็มี เมื่อนักปฏิบัติพวกนี้โดยเฉพาะคือพวกที่เห็นว่าปริยัติเป็นข้าศึกกับปฏิบัติ เดินดุ่มๆ ไปห่างเส้นกลางมากเข้า ความรู้สึกที่เห็นว่า ฝ่ายหนึ่งฝ่ายผิดหรือใช้ไม่ได้ ก็เกิดขึ้นในระหว่างพวกนี้กับพวกอื่นเป็นธรรมดา และโดยเฉพาะก็คือระหว่างพระป่ากับพระบ้าน ซึ่งไม่ค่อยมีโอกาสทำความเข้าใจกันเสียเลย

ฉันมีความเห็นว่า ในสถานที่กลางนั่นเอง ถ้าหากมีการจัดให้ดี อาจกลายเป็นสถานที่ที่ชำระสะสางความขุ่นข้องหมองมัวในระหว่างลัทธิต่างๆ ที่แตกแยกกันอยู่ ให้เกิดความเข้าใจต่อกันและกันได้ เพราะตามที่สังเกตเห็น เมื่อยกเอาพวกที่เจตนาเดิมไม่ดีออกไปเสียให้หมดแล้ว ส่วนมากก็ล้วนแต่หวังดี หวังบุญกุศลด้วยกันทั้งนั้น แม้จะถือลัทธิบางอย่างแตกต่างกันอยู่อย่างไม่เข้ารอยกัน ก็อาจปรองดองกันได้ โดยให้เห็นเสียว่า เรื่องเล็กๆ น้อยๆ นั้นเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ จริงๆ และเป็นเรื่องส่วนตัวด้วย เมื่อคนอื่นเขาไม่ถือ ก็ไม่ควรยกเอาเป็นข้อรังเกียจ ในเมื่อส่วนใหญ่หรือส่วนสำคัญของเขายังถูกต้องดีอยู่

การที่ถือมั่นในลัทธิเกินไป อาจทำให้ลืมตัว ยึดถือลัทธิเล็กๆ น้อยๆ เหล่านั้นขึ้นเป็นสำคัญกว่าธรรมวินัยไปก็ได้ เช่น ลืมความสามัคคีอันเป็นรากฐานอันสำคัญของหมู่คณะ หรือทำให้ขาดประโยชน์ อันตนจะพึงได้รับจากการคบหาสมาคมกับเพื่อนพรหมจรรย์ทั่วๆ ไป

เมื่อในวงศาสนาของตนเองก็ยังสมาคมกันไม่สำเร็จเช่นนี้แล้ว จะสมาคมกับพวกอื่นที่เป็นคนละศาสนาได้อย่างไรเล่า สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า ซึ่งควรจะมีหูตายาว ก็จะมากลายเป็นคนหูตาสั้นได้ยินได้ฟังน้อยไป

 

สิบปีในสวนโมกข์ ๔  สิบปีในสวนโมกข์ ๖
บทความในวารสาร พุทธสาสนา ปีที่ ๖๘ เล่ม ๒ พุทธศักราช ๒๕๔๓ ฉบับวิสาขบูชา
ฉบับพิเศษ พฤษภาคม พุทธธรรม- พุทธทาสรำลึก