ท่านอาจารย์พุทธทาส ได้อธิบายเรื่องนี้ ไว้ในธรรมบรรยาย "ปฎิจจสมุปบาท" ชนิดที่ไม่ต้องข้ามภพข้ามชาติ ผู้สนใจควรจะ ได้ค้นหาศึกษา ประกอบด้วย สำหรับในที่นี้ จะอธิบายความหมายต่างๆ ที่ปรากฏ เป็นปริศนาธรรม ในภาพเขียน และท่านอธิบายไว้ แต่โดยย่อเท่านั้น

๑) ภาพรอบนอกวง หมายถึง ภาพอมนุษย์ หรือ จะเรียกว่า อำนาจอวิชชา อันดำมืด ดุจพญามาร ก็ได้ ตัวอมนุษย์ตนนี้ อยู่ในลักษณาการ จับยึดวงล้อ หรือวงจักร ด้วยดวงตาที่ดุร้าย หมายทำลายล้าง

ท่านอาจารย์พุทธทาส ชี้ให้พิจารณาดูว่า อมนุษย์ตนนี้ มีดวงตาที่สาม อยู่กลางหน้าผาก ความหมายของ ดวงตา สองข้าง ที่เปิดกว้าง หมายขบกัด หรือ กลืนกินนั้น ท่านหมายว่า เป็นดวงตาของกิเลส ตัณหา ราคะ โทสะ โมหะ ซึ่งครอบงำโลก ทั้งหลาย หรือ ครอบงำจิตใจ ของมนุษย์ ไว้ในกำมือ หรือ เขี้ยวเล็บ อันน่าสะพรึงกลัว อำนาจนี้ กำลังเผาผลาญโลก คือ ภพในกาย ยาววา หนาคืบ กว้างกำมือ นี่เอง

ดวงตาที่สาม กลางหน้าผากอมนุษย์ คืออะไร? นั่นคือ แสงสว่างแห่งปัญญา หรือ แสงสว่างแห่งพุทธะ ที่มีอยู่ในตัวคน หากปัญญาไม่กล้าแกร่งพอ ก็จะถุกกิเลสครอบงำ ได้ในที่สุด..

เครื่องประดับ เหนือเศียร ของอมนุษย์นี้ มีดอกไม้สีน้ำเงิน เกษรสีชมพู พุ่งแหลมออกมา ท่านอุปมาธรรมว่า นั่นคือ  เหยื่อล่อคล้ายนอสัตว์ ทัดหูทั้งสองข้าง

หัวกะโหลกทั้ง ๕ ที่ปรากฏอยู่เบื้องบน นั้นคือ สื่อความหมายของเบญจขันธ์ บนหัวกะโหลกนั้นมีมรกตสีเขียว อย่างงดงาม นั่นคือ ธาตุ ดิน น้ำ ลม ไฟ อากาศ วิญญาณธาตุ สิ่งเหล่านี้ ทำงานร่วมกัน อย่างที่เรียกว่า ปล้ำผีลุก ปลุกผีนั่ง.. ปกติมิได้มีทั้งคน ไม่มีทั้งขันธ์ หรือ ไม่มีอะไร แต่ธรรมชาติ เป็นอยู่อย่างนั้น ต่อเมื่อมีสิ่งนี้ สิ่งนี้เป็นปัจจัย สิ่งนี้ก็เกิดขึ้น คนกับตัวกู ก็เกิดออกมาทันที

ภาพของอมนุษย์ ที่กลืนกิน ภวจักร หรือ สังสารจักร อยู่นั้น อุปมาได้ดัง ตัวอวิชชา ที่ยิ่งใหญ่แล้ว แต่ในส่วนลึก ของความโง่ ที่มีอยู่นั้น อมนุษย์ตนนี้ ยังเก็บซ่อน ความมีธาตุรู้ ไว้เป็นเครื่องมือ แห่งทิพยโสต หรือมีตาทิพย์ ไว้ควบคุม มิให้สรรพสิ่ง หลุดรอดออกไปจาก สังสารจักรนี้ วงล้อแห่งภวจักร หรือ สังสารจักร นี้เป็นวงกลมใหญ่ ที่หมุนเชี่ยว ไปในอวกาศ มิรู้หยุด เป็น กระแสแห่งอิทัปปัจจยตา หมุนเวียน วนว่ายไป ไม่มีที่สิ้นสุด ล่องลอย หรือซัดโยนไปตามธรรม ไตรลักษณ์ คือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

อนึ่ง อมนุษย์ หรือ ตัวแทน แห่งอำนาจสีดำ ของอวิชชานี้ มีหนังเสือถือครอง คล้ายมีเสือเป็นพาหะ ช่วยเพิ่มความดุร้าย แห่งวิญญาณ การขบเคี้ยว ของพลังเสือร้ายอยู่ในตัวอีกด้วย


ภาพเล็กๆ ของคน ๒ คน (ภาพที่คัดลอกใหม่ มีรูปพระพุทธเจ้าพระองค์เดียว) ซึ่งยืนชี้นิ้ว และพนมมือ อยู่เหนือข้อแขน ของอมนุษย์นั้น คือ รูปของพระพุทธเจ้า สถิตอยู่บนดอกบัวบาน พระองค์ทรงชี้ไปข้างหน้า บอกกล่าวแก่ พุทธสาวก ซึ่งยืนพนมมือ อยู่ข้างหน้าพระองค์ว่า

พุทธสาวกทั้งหลาย พวกท่านจงทำลาย วงล้อแห่งภวจักร หรือ สังสารจักร ข้างล่างนั้นเสีย แล้วจงใช้ปัญญาวิมุตติ นำพาชีวิต และดวงจิต ออกจากวงล้ออันดำมืด ให้สำเร็จ จงยึดถือเอา ธรรมจักรพุทธะ เป็นเครื่องมือแห่งชัยชนะเถิด..


ธรรมจักรที่ปรากฏเบื้องซ้าย ของอมนุษย์นั้น ล่องลอยอยู่เหนือโลก เหนือความครอบงำ ทั้งหลายทั้งปวง นั่นคือ เครื่องหมายแห่ง ความว่าง ความสงบ มีแสงสีโอภาส เป็นแสงฉัพพรรณรังสี เปล่งแสงสว่าง อยู่ตลอดเวลา