ตัวอย่าง ปฏิจจสมุปบาท ในชีวิตประจำวัน ๓

ตัวอย่างวงจรปฏิจจสมุปบาททางตา

ทีนี้ ยกตัวอย่างอีกว่า นางสาวคนหนึ่ง เห็นแฟนของตัว ไปควงอยู่กับ ผู้หญิงคนอื่น นี่..ขออภัย พูดคำโสกโดก หยาบคายอย่างนี้บ้าง เพราะว่า เขาพูดกันอย่างนี้ มันก็มีหัวอกหัวใจ ร้อนเหมือนกับนรก เข้าไปอยู่ในนั้น สัก ๑๐ ขุม ภายในชั่วอึดใจเดียว หรือ ครึ่งอึดใจเท่านั้น หลังจาก ที่เห็น แฟนของเขา ไปควงกันอยู่กับ ผู้หญิงคนอื่น นี่หมายความว่า ตาของแก กระทบกับรูปนั้น รูปของแฟน ที่ควงอยู่กับ ผู้หญิงคนอื่นนั้น ฉะนั้น มันก็สร้างวิญญาณ คือ จักษุวิญญาณ ขึ้นมาในทันทีทันใดนั้น ก่อนหน้านี้ ไม่มีวิญญาณชนิดนี้ มีแต่วิญญาณ ที่ไม่ทำหน้าที่อะไร หรือ เรียกว่า ไม่ได้มี ทีนี้ วิญญาณชนิดนี้ กับรูปกับตานี้ รวมกันเป็นผัสสะ เมื่อตะกี้ ผัสสะไม่ได้มี เดี๋ยวนี้มีผัสสะ คือ การกระทบกัน ระหว่างตากับรูป เกิด จักษุวิญญาณ เมื่อผัสสะเกิดขึ้นแล้ว แล้วก็ทำให้มีเวทนา ตัณหา เรื่อยไป หรือว่า จะเอาละเอียด กระทั่งว่า พอวิญญาณ เกิดขึ้นแล้ว ก็เปลี่ยน ร่างกายและใจ นี้ ไปเป็นคนละชนิดเลย แล้วก็สร้าง อายตนะทางตา นั่นแหละ ให้มันพร้อมที่จะเป็นทุกข์ แล้วมันก็มีผัสสะ มีอะไรที่เป็นเวทนา เป็นตัณหา เป็นทุกข์ได้

นี่พูดให้มันละเอียด มีเวทนาที่เป็นทุกข์ มีตัณหาดิ้นรน แล้วก็มี อุปาทานว่า กู! กู! ก!ู แย่แล้ว กูตายแล้ว กูอะไรอย่างนี้ นี่มันเป็นชาติ มันเป็นตัวกู ที่เป็นทุกข์ ตัวกูชนิดที่เป็นทุกข์ เกิดเป็นชาติขึ้นมา มันก็ต้องเป็นทุกข์ หรือว่าเพียงเป็นตัวกูเท่านั้น ก็ยึดถือชาตินี้ ให้เป็นความทุกข์ เป็นความสูญเสียของกู แล้วก็มีทุกข์ มีโทมนัส มีอุปายาส อย่างนี้คือ ปฎิจจสมุปบาทที่เต็มรูป เต็มสายทั้ง ๑๑ อาการ อยู่ที่หัวใจของเด็กหญิงคนนี้ นี้เรียกว่า ปฏิจจสมุปบาท สายนี้ รอบนี้ได้เกิดขึ้นทางตา

ตัวอย่างวงจรปฏิจจสมุปบาททางหู

ทีนี้ สมมติว่า นางสาวคนนี้ ถูกเพื่อนหลอก ที่จริงแฟนของเขา ไม่ได้ไปควงกับใครที่ไหน แต่เพื่อนด้วยกัน มันมาหลอกว่า แฟนของแก ไปควงอยู่กับ ผู้หญิงคนนั้น แล้วมันเชื่อ อย่างนี้เสียง ก็เข้ามาทางหู คือว่า เสียงกระทบหู เกิดโสตวิญญาณ ที่ประกอบอยู่ด้วยอวิชชา เพราะปราศจากสติ วิญญาณนี้ ก็จะสร้างนามรูป คือ กายกับใจ ของเขา อันใหม่ทันที สำหรับที่จะมี อายตนะ ที่จะทำหน้าที่ ให้เป็นทุกข์ ในกรณีนี้ มีผัสสะสมบูรณ์ มีเวทนาเกิดขึ้น มาตรงตามเรื่องนั้น คือ ทุกขเวทนา มีตัณหาดิ้นรน มีอุปาทานยึดมั่น มีภพ เป็นตัวกูของกู เต็มที่ เป็นชาติ ของกู ที่มีความทุกข์ โทมนัส อุปายาส นี้เรียกว่า เขาเป็นทุกข์ ตามกฏเกณฑ์ ของปฏิจจสมุปบาท ครบถ้วน หากแต่ว่า ทางหู

ตัวอย่างวงจรปฏิจจสมุปบาททางมโนทวาร

ทีนี้ นางสาวคนนี้ อีกเหมือนกัน ต่อมา หลายชั่วโมงหลายวัน เขาเพียงแต่ เกิดนึกระแวง ขึ้นมาเองเท่านั้น ไม่มีใครมาบอก และไม่ได้เห็นด้วยตา แต่เขานึกระแวง ขึ้นในใจว่า แฟนของเขา ไปควงกับ ผู้หญิงอื่นแน่ เพราะเหตุอย่างนั้นๆ เขาสันนิษฐานอย่างนี้ ปฏิจจสมุปบาทก็เกิดขึ้น ทางมโนทวาร คือ ธรรมารมณ์ กระทบมโนเกิด มโนวิญญาณ มโนวิญญานนี้ ก็สร้างนามรูปใหม่ คือ เปลี่ยนนามรูป ร่างกายจิตใจเปล่าๆ ที่ไม่ทำอะไร ให้เป็น ร่างกายและใจ ที่มันจะเป็นทุกข์ขึ้น จากนามรูปนี้ ก็สร้างอายตนะ ที่ทำให้เป็นทุกข์ สร้างผัสสะที่จะทำให้เป็นทุกข์ สร้างเวทนาที่จะทำให้เป็นทุกข์ แล้วก็มีตัณหา ดิ้นรนตามเวทนานั้น มีอุปาทานยึดมั่น แล้วมันก็เป็นทุกข์ อย่างเดียวกันอีก นี้เรียกว่า ปฏิจจสมุปบาทตอนนี้ ของนางสาว คนเดียวกันนี้ อาศัยมโนวิญญาณ เมื่อเขาเห็นด้วยตา ปฏิจจสมุปบาท ของเขา ก็อาศัยจักขุวิญญาณ เมื่อเขาได้ฟัง เพื่อนหลอก ไม่ใช่เรื่องจริง เขาก็อาศัยโสตวิญญาณ เมื่อเขาระแวงเอาเอง เขาอาศัยมโนวิญญาณ นี่แสดงว่า มันอาจจะอาศัย อายตนะอื่นๆ ก็ได้ แล้วก็มีความทุกข์ ได้เหมือนกัน

ขอให้คิดดูว่า ชั่วแว่บเดียวเท่านั้น ปฏิจจสมุปบาท ก็เป็นไปครบวงจร ที่จะเป็นทุกข์ เป็นไปเต็มรอบ หรือสายหนึ่ง ครบทั้ง ๑๑ อาการ หรือว่า ชั่วขณะที่ลูกสะใภ้ เห็นหน้าแม่ผัว อึดอัดร้อนรนใจอยู่นี้ ชั่วอึดใจเดียวเท่านั้น ปฏิจจสมุปบาท ก็เป็นไปครบทั้ง ๑๑ อาการ เขาก็เห็นด้วยตาแล้ว ก็สร้างจักขุวิญญาณ ชนิดที่เปลี่ยนนามรูป นี้มาเป็นนามรูป ที่พร้อมที่จะเป็นทุกข์ สร้างอายตนะ ที่จะเป็นทุกข์ สร้างผัสสะที่จะเป็นทุกข์ เวทนาเกิดขึ้น ก็เป็นทุกขเวทนา ตัณหาก็ดิ้นรน เพราะไม่ชอบหน้าแม่ผัว มันก็มีอุปาทาน เป็นภพ เป็นชาติ เป็นตัวกู ที่เกลียดหน้าแม่ผัว แล้วก็เป็นทุกข์ นี่มันเสียเวลา กันมากสักหน่อย ในเรื่องนี้ ขอให้ทนฟัง

 

คัดจาก หนังสือเรื่อง "เรื่องสำคัญที่สุดสำหรับพุทธบริษัท ปฏิจจสมุปบาท หลักปฏิบัติอริยสัจจ์ที่สมบูรณ์แบบ" พุทธทาสภิกขุ พิมพ์โดย ธรรมสภา